หน้าแรก / หน้าหนึ่ง

ลากยาวพรก.กทม.-ปริมณฑล

วันที่ 29/07/2553 03:57 (ผ่านมา 38 วัน 21 ชั่วโมง 30 นาที)

พธม.ยื้อคดียึดสนามบิน 'อ๊อฟ' พ้น 'หมิ่นสถาบันฯ'

เลิก-ไม่เลิก พ.ร.ก. ฉุกเฉิน  รอ ศอฉ.เป็นผู้ พิจารณาในการประชุมวันที่ 29 ก.ค.แต่ใน กทม.และปริมณฑลยังดองยาว "สุเทพ" บี้ สตช.ลากคอแก๊งบึมบิ๊กซี ดีเอสไอสรุปสั่งฟ้องผู้ต้องหาก่อการร้ายชุดแรก 26 คน พฤหัสฯนี้ ทนายพันธมิตรฯพบ ตร.คดียึดสนามบิน ขอเลื่อนนัดรับทราบข้อกล่าวหาเป็นเดือนหน้า "อ๊อฟ-พงษ์พัฒน์" พ้นผิดที่ถูกกล่าวหาหมิ่นเบื้องสูง

รัฐบาลยังไม่ชี้ชัดเลิก-ไม่เลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ขณะที่ทหารยันไร้ปัญหาหากมีการยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ด้านทนายพันธมิตรบุกพบตำรวจขอเลื่อนนัด การมารับทราบข้อกล่าวหาคดีบุกยึดสนามบินสุวรรณภูมิ

ทนาย พธม.พบ ตร.คดียึดสนามบิน

ที่ บก.ป. เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 28 ก.ค. นายนิติธร ล้ำเหลือ ทนายความกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยเข้าพบ พล.ต.ท.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผู้ช่วย ผบ.ตร.ในฐานะหัวหน้าคณะพนักงานสอบสวนคดีกลุ่มพันธมิตรฯบุกยึดท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ และท่าอากาศยานกรุงเทพ สนามบินดอนเมือง แจ้งขอเลื่อนการเข้าพบพนักงานสอบสวนประกอบด้วย นายบัณฑิต ปิ่นมงคล พิธีกรและผู้ดำเนินรายการสถานีโทรทัศน์เอเอสทีวี นายสุรวิชช์ วีรวรรณ บก.สถานีโทรทัศน์เอเอสทีวี และนายชนะ ผาสุกสกุล จากนั้น พล.ต.ท.สมยศกล่าวว่าทนายความมาขอเลื่อนนัด พนักงานสอบสวนก็เตรียมตัวอยู่ทุกวัน ผู้ถูกกล่าวหาไม่เดินทางมาก็ไม่ส่งผลต่อคดี เป็นสิทธิของผู้ถูกกล่าวหา ที่อ้างเหตุขัดข้องก็สามารถขอเลื่อนนัดได้ หากผู้ถูกกล่าวหาไม่มาก็ต้องออกหมายเรียกครั้งที่ 2 ในวันที่ 29 ก.ค.นี้ ตามกำหนดระยะเวลา 15 วัน แต่ทุกอย่างก็ไม่จำเป็นต้องยึดหลักการเช่นนั้น เนื่องจากทางทนายความยืนยันว่า ผู้ถูกกล่าวหาพร้อมจะให้ความร่วมมืออย่างดีและเข้าใจการทำหน้าที่ของพนักงานสอบสวน เข้าใจบทบาทของแต่ละฝ่าย จึงไม่น่าจะถึงขั้นที่ต้องขออนุมัติศาลออกหมายจับ ทุกอย่างไปด้วยดีไม่น่าวิตกกังวลอะไร เพราะเท่าที่พูดคุยกับทนายความก็เข้าใจตรงกัน

โดนข้อหาก่อการร้ายเหมือนกัน

รายงานว่า สำหรับข้อกล่าวหาที่พนักงานสอบสวน แจ้งดำเนินคดีกับกลุ่มพันธมิตรฯ ประกอบด้วยข้อหาบุกรุก ชุมนุมตั้งแต่ 10 คนขึ้นไปก่อความวุ่นวาย ซึ่งเป็นความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงของรัฐ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 113, 116 ความผิดตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ข้อหาทำ การใดให้การสื่อสารสาธารณะทางไปรษณีย์ขัดข้อง กระทำด้วยประการใดๆในทางสาธารณะ ลักษณะที่น่าจะเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่การจราจร ก่อการร้าย และซ่องโจร ซึ่งมีการแยกดำเนินการกับผู้ถูกกล่าวหาเป็นกลุ่มๆ บางส่วนอาจถูกดำเนินคดีเพียงบางข้อหาเท่านั้น

ขอเลื่อนนัดตำรวจเป็นเดือนหน้า

นายนิติธร ล้ำเหลือ กล่าวว่า หลังจากรับทราบมีการออกหมายเรียกผู้ถูกกล่าวหา ขณะนี้ติดต่อได้แล้ว 51 ราย ที่เหลืออยู่ระหว่างประสาน บางคนติดภารกิจจึงขอเลื่อนนัดในวันเดียวกันนี้ไปก่อน และยินดีที่จะเข้ารับทราบข้อกล่าวหาพร้อมกันทั้งหมด 79 คน ในวันที่ 26 ส.ค.นี้ เวลา 09.00 น. ซึ่งก็เร็วกว่ากำหนดสุดท้ายในวันที่ 6 ก.ย.53 ข้อมูลเบื้องต้นไม่ว่าจะเป็นอายุ ที่อยู่ อาชีพของผู้ถูกกล่าวหาทั้งหมดจะรวบรวมเป็นเอกสารมอบให้พนักงานสอบสวนล่วงหน้า ส่วนกลุ่มมวลชนที่จะเดินทางมาด้วยนั้น คงห้ามไม่ได้ เพราะเป็นเรื่องปกติที่จะมีคนให้กำลังใจกัน ยืนยันว่าไม่มีการจัดตั้งขึ้นมาและต้องดูบรรยากาศด้วย ในขณะนี้ที่ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ยังไม่ได้ยกเลิก

"นวย" ชี้ชัด "พงษ์พัฒน์" ไม่ผิด

ส่วนกรณีนายภูมิพัฒน์ วงศ์ยาชวลิต หรือ "แน็ต พีรกร" ศิลปินเพลงลูกทุ่ง แจ้งความพนักงานสอบสวน สน.คันนายาว ให้ดำเนินคดีอ๊อฟ-พงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง นักแสดงชื่อดัง  ข้อหาดูหมิ่นสถาบันเบื้องสูง  ความคืบหน้า วันเดียวกัน พล.ต.ต.อำนวย นิ่มมะโน รอง ผบช.น. กล่าวว่า ตนและพนักงานสอบเห็นว่า นายพงษ์พัฒน์ ไม่น่าจะผิดตรงไหน โดยเฉพาะความตอนท้ายว่า "แม้กระทั่งศีรษะ ก็เสียสละได้" ยิ่งชัดเจนหนักไปอีกว่าเป็นการพูดเพื่อปกป้องด้วยซ้ำไป อย่างไรก็ตาม พนักงานสอบสวนจะเอาความรู้สึกส่วนตัวมาชี้คดีไม่ได้ จำเป็นจะต้องเชิญนักภาษาศาสตร์ นักกฎหมาย และประชาชน มาสอบสวนถึงความเห็นและความรู้สึก สรุปว่า การสอบสวนเสร็จสิ้นแล้ว มีมติเป็นเอกฉันท์ว่า ไม่ผิด ตรงกับใจที่คิดไว้ตั้งแต่ต้น

"แน็ต พีรกร" งานเข้าโดนแจ้งเท็จ

ขณะเดียวกัน นายสงกรานต์ อัจฉริยะทรัพย์ อายุ 42 ปี ผู้ช่วยอธิการบดีมหาวิทยาลัยรัฐแห่งหนึ่ง พร้อมทนายความ เดินทางเข้าพบ พ.ต.ท.ไสว แช่มลำเจียก พงส. (สบ 3) กก.1 บก.ป.แจ้งความดำเนินคดีนายภูมิพัฒน์ วงศ์ยาชวลิต หรือ "แน็ต พีรกร" อายุ 35 ปี นักร้องลูกทุ่ง ข้อหาแจ้งข้อความอันเป็นเท็จให้แก่เจ้าพนักงาน กรณีแจ้งเอาผิดกับอ๊อฟ-พงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง ข้อหาหมิ่นเบื้องสูง ซึ่งพนักงานสอบสวนพิจารณาแล้วว่าคำพูดและการกระทำของอ๊อฟ-พงษ์พัฒน์ไม่มีเจตนา  จึงเดินทางมาร้องทุกข์ เพราะที่ผ่านมายังไม่มีใครออกมาดำเนินการ

พี่นักข่าวอิตาลีตามคดีน้องตาย

ที่ สน.ปทุมวัน เวลา 10.30 น. น.ส.อลิซาเบ็ธ โพเลนจ์กี้ ชาวอิตาลี พี่สาวของนายฟาบิโอ โพเลนจ์กี้ ช่างภาพชาวอิตาลี ที่ถูกยิงเสียชีวิตในเหตุการณ์กระชับพื้นที่แยกราชประสงค์ เมื่อวันที่ 19 พ.ค. พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ จากสถานทูตอิตาลี เข้าพบ พ.ต.อ.ชุมพร กาญจนรัตน์ ผกก.สน.ปทุมวัน ติดตามความคืบหน้าคดีที่น้องชายถูกยิงเสียชีวิต ขณะบันทึกภาพเหตุการณ์พฤษภาอำมหิต พ.ต.อ.ชุมพร ได้ชี้แจงทำความเข้าใจกับญาตินายฟาบิโอถึงขั้นตอนการทำงานว่า คดีโอนไปให้กรมสอบสวนคดีพิเศษดำเนินการแล้ว แต่ยินดีจะเป็นผู้ประสานถามความคืบหน้า ของคดีให้

โด่งมอบตัวฝ่าฝืนประกาศ ศอฉ.

ทางด้าน โด่ง-อรรถชัย อนันตเมฆ อายุ 45 ปี ดารานักแสดงชื่อดังพร้อมทนายความ  เดินทางเข้าพบ พ.ต.อ.ศราวุธ จินดาคำ ผกก.สน.ลุมพินี ตามหมายเรียกของพนักงานสอบสวนคดีร่วมกับนายวีระ มุสิกพงศ์ และพวกรวม 28 คน เป็นจำเลยในข้อหากระทำผิด พ.ร.บ.ความมั่นคง ฝ่าฝืนประกาศของ ศอฉ.ในการไปชุมนุมแยกราชประสงค์ ซึ่งนายอรรถชัยปฏิเสธตลอดข้อหาและขอให้การในชั้นศาลต่อไป ด้านพนักงานสอบสวนเผยว่ายังมีผู้ต้องหารายอื่นที่จะทยอยออกหมายเรียกเพื่อมารับทราบข้อกล่าวหาและสอบปากคำต่อไป วันเดียวกันยังมีผู้ต้องหาอีก 2 ราย ที่ได้ออกหมายเรียกไป คือนายจตุพร พรหมพันธุ์ และลูกชายของ พล.ต.ท.ชัจจ์ กุลดิลก แต่ทั้งคู่ส่งทนายมาขอเลื่อนนัดออกไป เนื่องจากมีคดีความและภารกิจจึงมาตามนัดไม่ได้

เหยื่อกระสุนบ่อนไก่ตายอีกราย

นอกจากนี้ ที่สถาบันนิติเวชวิทยา รพ.ตำรวจ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นางนันทพร เริ่มสุข อายุ 68 ปี พร้อมด้วยนางณัฐภัสสร เริ่มสุข อายุ 44 ปี น.ส.พรพิมล เริ่มสุข อายุ 37 ปี ภรรยาและบุตรสาวของนายบุญมี เริ่มสุข อายุ 71 ปี เหยื่อกระสุนถูกยิงที่ย่านบ่อนไก่ เมื่อวันที่ 14 พ.ค. แต่เพิ่งเสียชีวิตเมื่อเช้าวันที่ 28 ก.ค. เดินทางมารับศพนายบุญมี นางณัฐภัสสรเผยว่า บิดาถูกยิงบริเวณริมถนนพระราม 4 หน้าร้านอาหารระเบียงทอง ขณะกำลังรอรับหลานกลับจากโรงเรียน กระสุนเข้าที่ท้องตัดลำไส้เล็กขาดนำส่ง รพ.เจริญกรุงประชารักษ์ แพทย์ผ่าตัดต่อลำไส้เล็กแล้ว แต่ลำไส้ไม่ยอมต่อกัน ประกอบกับบิดาเคยผ่าตัดเปลี่ยนลิ้นหัวใจ แพทย์เกรงจะเกิดอาการหัวใจกำเริบ ระหว่างผ่าตัดใหม่อีกครั้งจึงส่งไปรักษาต่อ รพ.ตร. แต่อาการไม่ดีขึ้นกระทั่งเสียชีวิต ทั้งที่เมื่อวันที่ 27 ก.ค. ตนเพิ่งร้องเรียนต่อนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีทราบ และนายกฯสั่งการให้ดูแลพ่อตนให้เต็มที่แต่ไม่ทัน วันรุ่งขึ้นก็เสียชีวิต

ได้เบาะแสระเบิดบิ๊กซีราชดำริ

ในส่วนความคืบหน้าคดีระเบิดหน้าห้างบิ๊กซี สาขาราชดำริ นั้น วันเดียวกัน พล.ต.ท.สัณฐาน ชยนนท์ ผบช.น. กล่าวว่า แม้คดีโอนไปให้กรมสอบสวนคดีพิเศษแล้ว ก็ต้องสอบสวนต่อ โดยในส่วนของถุงขยะที่คาดว่า คนร้ายหิ้วมากำลังตรวจหาอยู่ ถ้าไม่มีกองขยะอยู่ก็จะง่ายกว่า แต่บริเวณนั้นมีขยะเยอะ ขณะนี้ตรวจสอบดูกล้องวงจรปิดหมดแล้ว แต่ไม่รู้ว่าจะหิ้วหรือใส่กล่องมา ล่าสุดได้หลักฐานกล่องแล้วเป็นภาษาญี่ปุ่น โดยคนร้ายน่าจะถือกล่องใส่ถุงหิ้วมา กำลังตรวจสอบรายละเอียดเพิ่มเติมอยู่ ถามว่า คาดว่ามีคนร้ายกี่คน ผบช.น.ตอบว่า ในวันที่ 29 ก.ค. จะนำกล้องวงจรปิดมาตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง ถามต่อว่า ประเด็นคนแก่ที่พูดถึงเป็นอย่างไรตัดได้หรือไม่ ผบช.น.ตอบว่า "เรื่องนี้ไม่ตัดออก ตัดไม่ได้"

โอนคดีบึมไปดีเอสไอ

พล.ต.ต.อำนวย นิ่มมะโน รอง ผบช.น. กล่าวว่า เพิ่งจะติดต่อกับกรมสอบสวนคดีพิเศษ ขณะนี้ไปกระทบคดีต่างๆไม่ว่าวงจรระเบิด วัตถุที่นำมาประกอบในวงจรระเบิด และการหน่วงเวลาของการระเบิดไปตรงกับหลายพื้นที่ ยกตัวอย่างเช่น สน.โคกคราม ที่ตรวจยึดได้ในรถฮอนด้า ซีวิค และอีกหลายพื้นที่หลายจุดก็จะพออนุมานได้ว่ามาจากแหล่งเดียวกัน กรมสอบสวนคดีพิเศษรับคดีไปทำแล้ว แต่ไม่ได้หมายความว่าจะตัดอำนาจของตำรวจ งานการสืบสวนจับกุมคนร้ายยังอยู่กับตำรวจเต็มๆ ส่วนงานการทำสำนวน ก็ไปที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ ถ้าเป็นคดีพิเศษ แล้วตำรวจพื้นที่ยังทำอยู่ จะมีปัญหาเรื่องอำนาจการสอบสวน โดยจะโอนคดีระเบิดห้างบิ๊กซี ราชดำริ ในวันที่ 28-29 ก.ค.นี้ หลังหน่วยอีโอดี เห็นว่าเป็นระเบิด เหมือนกันกับหลายจุด ตนยังไม่พูดว่าเป็นระเบิดการเมือง เอาเป็นว่าเป็นระเบิดที่เหมือนกันกับหลายจุดก่อนหน้านี้  ผู้สื่อข่าวถามว่า เหตุระเบิดแสดงว่าเข้าข่ายก่อการร้าย พล.ต.ต.อำนวยหัวเราะแล้วตอบว่า ไม่ใช่ บอกแล้วมันเหมือนกับหลายจุด ส่วนจะเป็นจุดที่ก่อการร้ายหรือไม่ ต้องไปดูที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ

ลูกรับศพพ่อเหยื่อระเบิดบิ๊กซี

ช่วงบ่าย มีนายชัยวัฒน์ ทองมาก อายุ 34 ปี นายชัยสิทธิ์ ทองมาก อายุ 32 ปี นายเฉลิมชนม์ ทองมาก อายุ 27 ปี และนางปราณี เจริญวงศ์ อายุ 53 ปี ลูกและอดีตภรรยาของนายธวัชชัย ทองมาก อายุ 51 ปี เหยื่อระเบิดที่หน้าห้างบิ๊กซี ราชดำริ มารับศพนายธวัชชัยที่สถาบันนิติเวช รพ.ตร. นำไปบำเพ็ญกุศล นายชัยสิทธิ์เผยว่า อยากเรียกร้องให้หน่วยงานออกมาแสดงความรับผิดชอบต่อการตายของบิดา ไม่อยากให้เรื่องเงียบหายไป บิดาไม่ได้เป็นคนสติไม่ดี แต่ป่วยเป็นโรคซึมเศร้าไม่ค่อยชอบสุงสิงกับใคร ทำงานรับจ้างก่อสร้างหาเลี้ยงตนกับพี่น้องมาจนโต มีงานทำเลี้ยงตัวเองได้ วันที่เกิดเหตุบิดาออกไปหารับจ้างทำงาน และกำลังจะนั่งรถเมล์กลับบ้าน ก็มาถูกระเบิดจนเสียชีวิต ตนและญาติๆตกลงกันว่า จะนำศพกลับไปตั้งบำเพ็ญกุศลที่วัดวชิรธรรมสาธิต ซอยสุขุมวิท 101/1 เป็นเวลา 3 คืน และฌาปนกิจในวันที่ 31 ก.ค. ด้านนางปราณีเผยว่า ถึงแม้ตนจะเลิกกับนายธวัชชัยมาหลายปีแล้ว แต่ยังติดต่อกันอยู่ โดยนายธวัชชัยถือเป็นเสาหลักของครอบครัว เมื่อมาเสียชีวิตครอบครัวก็เดือดร้อน จึงอยากให้หน่วยงานต่างๆออกมาช่วยเหลือ ครอบครัวของตนด้วย

สรุปสั่งฟ้องผู้ต้องหาก่อการร้าย

นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) กล่าวถึงการเตรียมสรุปสำนวนสั่งฟ้องคดีก่อการร้ายว่า ดีเอสไอได้สรุปสำนวนสอบสวนคดีก่อการร้าย เป็นผู้ต้องหาชุดแรก 26 คน ขณะนี้กำลังจัดเอกสารเข้าแฟ้มสำนวน ถ้าเสร็จคืนนี้พรุ่งนี้ก็จะนำสำนวนไปส่งต่อพนักงานอัยการในวันที่ 29 ก.ค. เวลา 10.00 น. พร้อมจะเปิดเผยรายชื่อผู้ต้องหา โดยผู้ต้องหาที่จะสั่งฟ้อง มีทั้งคนที่ได้ตัวและยังไม่ได้ตัว คนที่ได้ตัวคือถูกฝากขังไว้ในเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ส่วนที่ไม่มีตัวคือหลบหนีและอยู่ในต่างประเทศ หลังจากนี้ก็จะสรุปสำนวนสั่งฟ้องต่อเป็นชุดต่อๆไป เหตุที่ต้องรีบส่งสำนวน ไม่ได้เป็นไปเหมือนคนบางคนพูดว่ารีบร้อน มันมีกรอบเวลาจำกัดว่าการขังผู้ต้องหาจะขังได้ไม่เกิน 84 วัน ขณะนี้นับถึงการฝากขังวันที่ 29 ก.ค. จะครบฝากก่อนสุดท้าย ดังนั้นมีความจำเป็นต้องส่งให้พนักงานอัยการเพื่อจะได้มีเวลา ในการพิจารณาสั่งคดี รวมถึงกรณีอัยการสั่งฟ้องก็ต้องร่างคำฟ้องจึงจะมีเวลาให้อัยการ 12 วัน ถ้าไม่มีการเร่งรีบส่งฟ้องสำนวนให้ทันตามกำหนดและอัยการสั่งฟ้องไม่ทัน ผู้ต้องหาทั้งหมดก็ต้องถูกปล่อยทั้งหมด จะเกิดความเสียหายต่อรูปคดี การติดตามตัวมาฟ้องอีกจะยุ่งยาก

ถึงผู้ต้องหาหนีก็ต้องตามให้ได้

ผู้สื่อข่าวถามว่า แกนนำ นปช.อย่างนายอริสมันต์ พงษ์เรืองรอง นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ ที่หลบหนีอยู่ต่างประเทศ ดีเอสไอจะขอให้อัยการยื่นเรื่องขอตัวเป็นผู้ร้ายข้ามแดนหรือไม่ นายธาริตกล่าวว่า แกนนำ นปช.ที่หลบหนีไม่ทราบว่าอยู่ในประเทศใด แต่อยู่ระหว่างกำลังติดตามตัว จึงไม่สามารถขอตัวเป็นผู้ร้ายข้ามแดนได้ ไม่เหมือนกรณีของ พ.ต.ท.ทักษิณ ที่สามารถระบุได้ว่าอยู่ในประเทศมอนเตเนโกร ส่วนเรื่องท่อน้ำเลี้ยง ผลการตรวจสอบน่าจะเสร็จทั้งหมดในวันที่ 9 ส.ค. จากนั้นจะส่ง ศอฉ.ทีเดียวไปเลย จะขาวดำเทา ปลดล็อกอย่างไรก็เสนอทำทีเดียว เรื่องสำนวนการตรวจสอบการทำธุรกรรม ยังเป็นการดำเนินการในชั้นพนักงานสอบสวน ในชั้นอธิบดีได้รับมาไม่ครบทุกคน จึงจะรอพิจารณาในคราวเดียวกันเลย

เผยรายชื่อผู้ต้องหาก่อการร้ายชุดแรก

ผู้สื่อข่าวรายงานถึงชื่อผู้ต้องหาคดีก่อการร้าย ที่ดีเอสไอจะส่งฟ้องทั้ง 26 ราย ในวันที่ 29 ก.ค. เวลา 10.00 น. ในคดีก่อการร้าย ซึ่งสำนวนมีกว่า 60 แฟ้ม ประกอบด้วย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ และบรรดาแกนนำ นปช. มีนายวีระ มุสิกพงศ์ นายจตุพร พรหมพันธุ์ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ นพ.เหวง โตจิราการ พ.ต.ท.ไวพจน์ อาภรณ์-รัตน์ นายอริสมันต์ พงษ์เรืองรอง นายอดิศร เพียงเกษ นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ นายก่อแก้ว พิกุลทอง นายขวัญชัย ไพรพนา หรือขวัญชัย สาราคำ นายยศวริศ ชูกล่อม หรือเจ๋ง ดอกจิก นายนิสิต สินธุไพร นายการุณ โหสกุล นายพายัพ ปั้นเกตุ นายวิภูแถลง พัฒนภูมิไท นายภูมิกิตติ หรือพิเชษฐ์ สุขจินดาทอง พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล หรือ เสธ.แดง นายสุขเสก พลตื้อ นายจรัญ ลอยพูล นายอำนาจ อินทโชติ นายชยุต ใหลเจริญ นายสมบัติ มากทอง หรือผู้กองแดง นายสุรชัย หรือหรั่ง เทวรัตน์ ส.ต.รชต หรือกบ วงศ์ยอด  และนายยงยุทธ ท้วมมี ทั้งนี้ มีผู้ต้องหาที่อยู่ ระหว่างหลบหนีที่ถูกส่งฟ้องครั้งนี้จำนวน 5 ราย คือ พ.ต.ท.ทักษิณ พ.ต.ท.ไวพจน์ นายอริสมันต์ นายอดิศร นายสุภรณ์ นายพายัพ และมีผู้เสียชีวิตไปแล้ว 1 ราย คือ พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล หรือ เสธ.แดง

เพชรหายกลายเป็นโอละพ่ออยู่ครบ

ส่วนกรณีปริศนาเกี่ยวกับเพชรของกลางหายนั้น นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ นำนายฐติพล ไพศาลมั่นคง เจ้าของร้านจิวเวลรี่สยามเซ็นเตอร์ พร้อม ด้วยของกลาง 3 รายการ ประกอบด้วยแหวนทองคำขาว 1 วง ต่างหูทองคำ 2 ข้าง สร้อยทองคำ 1 เส้น มูลค่ากว่า 1 แสนบาท มายืนยันประกอบการแถลงข่าว ผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงว่าเพชรไม่ได้หาย ขณะอยู่ในความดูแลของกรมสอบสวนคดีพิเศษ หลังจาก พ.อ.เฟื่องวิชชุ์ อนิรุธเทวา เลขานุการ รมว.ยุติธรรม สอบข้อเท็จจริงพบว่าเป็นความคลาดเคลื่อนในหน่วยนับ เนื่องจากเครื่องประดับของกลาง มีชิ้นเล็กชิ้นน้อยหลายจำนวนมาก ทำให้เกิดความซับซ้อนในการทำบัญชีมาตั้งแต่ต้น เมื่อตรวจสอบทีละชั้นก็พบว่า ไม่มีของกลางรายการใดสูญหาย เจ้าของทรัพย์ก็ยืนยันแล้ว ไม่มีความเคลือบแคลงสงสัยติดใจอะไร ผู้สื่อข่าวถามว่า กระทรวงยุติธรรมจะตรวจสอบคนปล่อยข่าวเรื่องเพชรหายหรือไม่ นายธาริตกล่าวว่า รมว.ยุติธรรมตั้งปลัดกระทรวงยุติธรรมเป็นประธานสอบสวนข้อเท็จจริง 2 ประเด็น คือ ตรวจสอบว่าของหายจริงหรือไม่ และทำไมจึงมีการปล่อยข่าวเรื่องนี้เกิดขึ้น มีการวิ่งเต้นจริงหรือไม่

เจ้าของร้านรับดูไม่ละเอียดเอง

นายฐติพล ไพศาลมั่นคง เจ้าของร้านจิวเวลรี่สยามเซ็นเตอร์ กล่าวว่า ของกลางเครื่องประดับทุกอย่าง ได้รับคืนกลับครบถ้วนทุกชิ้น การที่ไปดูของกลางครั้งแรก อาจมีการคลาดเคลื่อนของหน่วยนับ อาจเป็นความเร่งรีบของเจ้าหน้าที่ที่ไม่ได้แกะซองให้ดู เมื่อวันที่ 23 ก.ค. อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษจึงได้ให้เข้าไปดูของกลางอีกครั้ง ตรวจนับเป็นชิ้นๆ ก็อยู่ครบดี ต่อข้อถามว่า แล้วแหวนทองคำขาววงที่เคยเป็นปัญหาว่าหายเจอที่ไหน นายฐติพลกล่าวว่า เก็บอยู่ในซองที่มัดเก็บไว้ แต่ตอนเก็บแหวนทองคำขาว 2 วง มีการเก็บแหวนแยกเก็บคนละซอง ตอนนั้นเลยสับสน เมื่อเห็นแหวนทองคำขาวเพียงวงเดียว ความจริงไม่ใช่ ดูไม่ละเอียด ทำให้คลาดเคลื่อนกันไป การนับการจดของเจ้าหน้าที่ จะไม่ตรงกับทางตนที่เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านเครื่องประดับ

สุเทพไม่ทำเรื่องชง ครม.เลิก พ.ร.ก.เพิ่ม

อีกด้านหนึ่งที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อเวลา 08.15 น. นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง และ ผอ.ศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) ให้สัมภาษณ์ก่อนการประชุม ครม. ถึงการพิจารณายกเลิกการประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินจะมีการเสนอต่อ ครม.ให้ยกเลิก เพิ่มเติมหรือไม่ว่า ในการประชุม ครม.วันเดียวกันนี้ ตนไม่ได้ทำเรื่องเสนอเข้าไป แต่ว่าท่านนายกฯอาจมีบัญชา หรือหารือในที่ประชุม และขอให้ ครม.ได้ช่วยกันพิจารณา อย่างใดอย่างหนึ่งแล้วคงจะสั่งการมาที่ตนในฐานะ  ผอ.ศอฉ. ต้องว่ากันไปตามความเห็นของ ครม. เมื่อถามว่า จำเป็นต้องให้ ศอฉ.ประเมินมาก่อนหรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า ศอฉ.ประเมินตลอดเวลาอยู่แล้วแบบวันต่อวัน สัปดาห์ต่อสัปดาห์ ข้อมูลผลการประเมินเหล่านี้พร้อมที่ จะรายงานได้ตลอดเวลา

วอนเลิกบึมดิสเครดิตรัฐบาล

เมื่อถามว่า มีการตั้งข้อสังเกตว่าพอจะมีการเสนอ ยกเลิกการใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ก็จะมีเหตุระเบิดเกิดขึ้นทุกครั้ง นายสุเทพกล่าวว่า อยากจะให้สื่อมวลชนได้แยกแยะประเด็นให้ชัด กรณีของคนที่มุ่งหวังสร้างสถานการณ์ให้บ้านเมืองปั่นป่วนวุ่นวาย  เพื่อดิสเครดิตรัฐบาล  ทำลายความน่าเชื่อถือของรัฐบาล  หรือทำให้เห็นว่ารัฐบาลไม่สามารถควบคุมสถานการณ์ได้นั้น เขาก็มีเป้าหมายของเขาและยังเดินหน้าทำอยู่ เคยได้พูดผ่านสื่อมวลชนไปแล้วว่า ถ้าแม้ ว่าเขายังจะทำอะไรเพื่อสร้างความวุ่นวาย เพื่อที่จะทำลาย ความน่าเชื่อถือของรัฐบาลก็ไม่ควรจะทำด้วยวิธีอย่างนี้ เพราะจะทำให้ชีวิตพี่น้องประชาชนคนไทยผู้บริสุทธิ์ต้อง ได้รับเคราะห์กรรมไป คนไทยด้วยกันเขาไม่ควรจะทำอย่าง นั้น นั่นก็เป็นประเด็นหนึ่ง แต่เรื่องการจะคง พ.ร.ก.ฉุกเฉินเอาไว้ในพื้นที่จังหวัดใดหรือไม่ เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่รัฐบาล และพี่น้องประชาชนก็ช่วยกันคิดช่วยกันหารือไป

กำชับ ตร.เข้มงวดรับบึมรายวัน

เมื่อถามว่า ถ้ามองกันโดยทั่วไปกลัวว่ากรุงเทพฯ จะกลายเป็นเหมือนสถานการณ์ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่มีเหตุระเบิดเกิดขึ้นอยู่เรื่อยๆ นายสุเทพกล่าวว่า เรา ต้องช่วยกันป้องกัน ตนก็จะดูแลกำชับเจ้าหน้าที่ฝ่ายต่างๆ ให้เข้มงวดกวดขัน เจ้าหน้าที่ได้ปฏิบัติงานมาตั้งแต่ต้นปี จนถึงวันนี้ก็ครึ่งปีแล้ว ก็อ่อนล้ากันเป็นธรรมดา แต่เราจะ ย่อหย่อนไม่ได้ จะพยายามที่จะกำชับกวดขันให้แข็งแรงยิ่งขึ้น การดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยของบ้านเมืองเป็น ภาระหน้าที่ของทุกฝ่ายต้องช่วยกัน  ถ้าบ้านเมืองสงบเรียบร้อย คนจะมาลงทุน ท่องเที่ยว หรือการพัฒนาต่างๆ ก็เดินหน้าต่อไปได้

บี้ สตช.ลากคอแก๊งบึมบิ๊กซี

ผู้สื่อข่าวถามว่า จริงหรือไม่ที่เจ้าหน้าที่สภาความ มั่นคงแห่งชาติรายงานว่า เหตุการณ์ลอบวางระเบิดที่ห้าง บิ๊กซี ราชดำริ มีข้าราชการเข้าไปเกี่ยวข้องกับขบวนการสร้างความวุ่นวายด้วย นายสุเทพกล่าวว่า สมช.ไม่ได้รายงาน ผ่านตนเรื่องนี้ ตนเห็นข่าวในสื่อ ไม่สามารถตอบได้ว่า จริงหรือไม่อย่างไร แต่ในการประชุม สมช. ตอนบ่ายวันเดียวกันนี้  ก็อาจจะได้ทราบข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร  เมื่อถามว่า พล.ต.ท.สัณฐาน ชยนนท์ ผบช.น. ระบุว่า บางคน แก่แล้ว แต่ยังคิดก่อเหตุ แสดงว่ารู้ตัวคนร้ายแล้ว จะมีการสอบถาม ผบช.น.หรือไม่ นายสุเทพกล่าวว่า เรื่องของ การสืบสวนสอบสวนหาผู้กระทำความผิดเป็นหน้าที่ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่จะต้องดำเนินการทุกระดับตั้งแต่ ผบ.ตร. รอง ผบ.ตร. ไปจนถึง ผบช.น. ส่วนเขาได้ทราบ ข้อมูลเบาะแสขนาดไหนอย่างไร ต้องให้เขาเป็นคนรายงาน

กางปีกป้อง ผบช.น.ทำงานเต็มที่

เมื่อถามว่า ผบช.น.ทำหน้าที่ได้เข้มแข็งดีแล้วหรือ เพราะเกิดคดีต่างๆขึ้นมากมาย ไม่เห็นมีการพิจารณาบ้างเลย รองนายกฯฝ่ายความมั่นคงกล่าวว่า เรื่องที่เกิดเหตุ ก็เป็นเรื่องหนึ่ง แต่เรื่องการทำหน้าที่เป็นอีกเรื่องหนึ่ง การพิจารณาก็จะพิจารณาเมื่อถึงเวลา ผู้สื่อข่าวถามว่า ทำไมเมื่อเกิดเหตุขึ้นจึงมอบให้แต่นายตำรวจตำแหน่งที่ปรึกษา สบ 10 ไปทำคดี ส่วนพวกที่มีหน้าที่โดยตรงไม่ให้ทำ นายสุเทพกล่าวว่า เขาก็ทำกันอยู่ ทุกคนก็มีศักยภาพและทำหน้าที่ ใครไม่ทำหน้าที่เราก็แก้ปัญหาด้วย วิธีการอื่น การปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจก็ค่อยๆประเมินไปตามช่วงจังหวะเวลา

รับพิจารณาเลิกตีตรวนแกนนำ นปช.

นายสุเทพยังให้สัมภาษณ์ถึงข้อเสนอของคณะกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริงเพื่อการปรองดองแห่งชาติ (คอป.) ที่ให้ยกเลิกการตีตรวนแกนนำ นปช.ที่ถูกคุมขัง เพราะเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน เพื่อจะนำไปสู่ความปรองดองแห่งชาติ นายสุเทพกล่าวว่า คณะกรรมการชุดต่างๆ ที่รัฐบาลแต่งตั้งขึ้น เมื่อเขามีความคิดเห็นอย่างไร รัฐบาลก็ต้องเคารพและรับฟัง เอามาพิจารณาดูว่าปฏิบัติได้หรือไม่ได้อย่างไร ถ้าปฏิบัติได้ก็ทำ แต่ถ้าไม่ได้ก็ต้องชี้แจงเขาว่ามีอะไรที่เป็นปัญหาอุปสรรค เมื่อถามว่า รมว.ยุติธรรมอ้างว่าเป็นระเบียบของกรมราชทัณฑ์ แต่องค์การระหว่างประเทศเห็นว่าเป็นการขัดต่อหลักสิทธิมนุษยชน รัฐบาลจะเลือกเอาอันไหน นายสุเทพกล่าวว่า ตนไม่ทราบรายละเอียดของระเบียบดังกล่าว ไม่ได้ลงลึกไปขนาดนั้น แต่อะไรที่เป็นความถูกต้อง ที่สมควรจะทำก็ต้องมาพิจารณา

ศอฉ.เล็งเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉินไม่ขอ ครม.

นายถวิล เปลี่ยนสี เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ในฐานะกรรมการและเลขาธิการศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) ให้สัมภาษณ์ถึงการพิจารณายกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉินว่า นายกรัฐมนตรียืนยันให้พิจารณายกเลิกประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉินใน 16 จังหวัดที่เหลือ โดยให้ ศอฉ.ไปประเมินว่าจะยกเลิกได้ เมื่อสถานการณ์เข้าสู่ภาวะปกติพอสมควร และให้นโยบายว่าการคง พ.ร.ก. ฉุกเฉินต้องไม่เป็นอุปสรรคของการปรองดอง โดยจะไม่ใช้อำนาจไปบีบเค้นบังคับหรือกดดันเกินสมควร ทั้งนี้ก่อนหน้านี้ทุกคนเรียกร้องให้ใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ในภาวะที่บ้านเมืองเผชิญการเผาบ้านเผาเมือง เพราะเกรงจะเอาไม่อยู่ แต่ขณะนี้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินกลายเป็นเหมือนนั่งร้าน คือเมื่อสร้างตึกเสร็จก็มาขอให้รื้อกัน แสดงว่าสังคมเต็มใจรับความเสี่ยงตรงนี้ ศอฉ.คงต้องไปพิจารณา จะปล่อยให้สังคมตัดสินใจตามลำพังโดยไม่มีข้อมูลไม่ได้ การประชุม ศอฉ. วันที่ 30 ก.ค. คงจะพิจารณาตามที่นายกฯเสนอว่าจะให้ ครม.อนุมัติให้ ศอฉ.ยกเลิกประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉินได้เลยโดยไม่ต้องเสนอ ครม.

ดองยาว พ.ร.ก.ฯ ใน กทม.-ปริมณฑล

เมื่อถามว่า ศอฉ.มีประสิทธิภาพในการดูแลสังคมหรือไม่ เพราะล่าสุดเกิดเหตุระเบิดที่ห้างบิ๊กซี สาขาราชดำริ นายถวิลตอบว่า ขณะนี้ ศอฉ.มีความรับผิดชอบมาก แต่การดำเนินการเรื่องกำลังพล ขีดความสามารถถูกลดลงไปมาก ไม่ได้เต็มที่เหมือนเดิม แต่ก็แบกรับเอาไว้ เมื่อถามว่า จะยกเลิก พ.ร.ก.ได้หรือ เพราะเมื่อมีข่าวจะยกเลิก ก็มีเหตุระเบิดเกิดขึ้น นายถวิลตอบว่า เรื่องนี้สะท้อนให้เห็นว่าสถานการณ์ที่เห็นว่าสงบเรียบร้อยแล้วก็เห็นทนโท่ว่าไม่ได้สงบเรียบร้อยจริง เป็นไปได้ว่า กทม.และปริมณฑล จะต้องคง พ.ร.ก.ฉุกเฉินเอาไว้อีกระยะหนึ่งเมื่อถามว่า จะคงไว้เหมือน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้เลยหรือไม่ นายถวิลกล่าวว่า ไม่ถึงขนาดนั้น รับรอง ไม่ต่ออายุ 20 ครั้ง เหมือนภาคใต้แน่นอน คงจะไม่ช้า แต่ระยะเวลาเท่าไรนั้นยังบอกไม่ได้

แจ้ง ครม.ขอใช้อำนาจเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน

เวลา 13.50 น. ที่ศูนย์แถลงข่าว ตึกนารีสโมสร ทำเนียบรัฐบาล นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี แถลงว่า ได้ปรารภต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรีให้รับทราบถึงความเห็นของฝ่ายต่างๆในสังคม รวมทั้งคณะกรรมการปฏิรูปที่อยากจะเห็นการเร่งรัดยกเลิกการประกาศใช้ พ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินโดยเร็ว ได้ขอกับ ครม.เป็นหลักการไว้ว่า แท้ที่จริงอำนาจการยกเลิกไม่ได้เป็นสิ่งที่ต้องมาผ่านการเห็นชอบของ  ครม.  ดังนั้น จากนี้ไปตน จะขอหารือกับหน่วยงานฝ่ายความมั่นคงและผู้รับผิดชอบโดยตรง เพื่อจะสามารถประเมิน หากเห็นสมควรก็สามารถยกเลิกได้ ไม่จำเป็นต้องเสนอ ครม.เพื่อพิจารณา

ศอฉ.หารือเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน 29ก.ค.

ในเวลา 15.30 น. ที่สภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) มีนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี นายกษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศ ผบ.เหล่าทัพทุกเหล่าทัพ นายถวิล เปลี่ยนศรี เลขาธิการ สมช. เข้าร่วมหารือ หลังการประชุมร่วม 2 ชั่วโมง นายถวิลกล่าวว่า นายกรัฐมนตรีได้แจ้งมติ ครม.เรื่องการให้อำนาจนายกฯในการพิจารณายกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน โดยไม่จำเป็นต้องขอความเห็นชอบจาก ครม.อีก ส่วนการพิจารณายกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉินในพื้นที่ใดนั้น นายกฯให้แนวทางว่า พื้นที่ใดมีความสงบและเจ้าหน้าที่สามารถควบคุมสถานการณ์ได้ก็ให้ยกเลิก อย่างไรก็ตาม ยังไม่ได้ข้อยุติว่าจะมีการยกเลิก  พ.ร.ก.ฉุกเฉินในพื้นที่ใดบ้าง แต่ในการประชุม ศอฉ.ในวันที่ 29 ก.ค. จะได้ข้อสรุปว่า จะยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉินที่เหลืออยู่ 16 จังหวัดในพื้นที่ใดบ้าง จากนั้นนายกฯจะออกประกาศแจ้งให้ ครม.รับทราบภายหลังต่อไป และที่ประชุมไม่ได้หารือกรณีระเบิดห้างบิ๊กซี  ราชดำริ  แต่นายกฯกำชับในการหารือกับตน  และ พล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ รักษาการ ผบ.ตร. เมื่อวันที่ 27 ก.ค. ให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติเร่งรัดการดำเนินคดีและจับกุมผู้ก่อเหตุ ผู้สั่งการให้ได้โดยเร็ว พร้อมให้ระวังพื้นที่ล่อแหลมต่างๆ ซึ่งตำรวจจะไปดำเนินการ ส่วนการหาตัวผู้กระทำผิดก็เริ่มมีร่องรอยบ้างแล้ว

ทหารยันไร้ปัญหาเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน

พล.อ.พิรุณ แผ้วพลสง เสนาธิการทหารบก กล่าวว่า ในการประชุม ศอฉ.วันที่ 29 ก.ค. จะมีการจัดลำดับและประเมินสถานการณ์ความมั่นคงในพื้นที่ 16 จังหวัดเป็นรายจังหวัด เพื่อเสนอข้อมูลให้นายกฯตัดสินใจว่า จะยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉินหรือไม่ ในที่สุดคงต้องทยอยเลิก ซึ่งหากจะยกเลิกทหารก็ไม่มีปัญหาแต่อย่างใด

นสพ.ไทยรัฐ


ที่มา: ไทยรัฐ

ข่าวที่อาจเกี่ยวข้อง
ข่าวอื่นๆในหมวด หน้าหนึ่ง
QR Code link to ลากยาวพรก.กทม.-ปริมณฑลหน้าหนึ่ง