หน้าแรก / การเมือง

ชี้ชะตาไทยเสียดินแดน? ชวดทรัพยากรมหาศาล หากยูเนสโกรับแผนเขมร

วันที่ 29/07/2553 17:45 (ผ่านมา 38 วัน 7 ชั่วโมง 22 นาที)

ชี้ชะตาไทยเสียดินแดน? ชวดทรัพยากรมหาศาล หากยูเนสโกรับแผนเขมร

อีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้าที่ประชุมคณะกรรมการมรดกโลกสมัยสามัญ ประเทศบราซิล จะมีการพิจารณาแผนการจัดการพื้นที่ "พระวิหาร" ของกัมพูชา ขึ้นเป็น "มรดกโลก" หลังเลื่อนมาครบ 24 ชั่วโมง จะได้รู้กันว่าจะออกหัวหรือออกก้อย หรือ จะออกกลางเลื่อนไปเรื่อยๆ หากผลออกมาอย่างใดอย่างหนึ่ง ประเทศไทย ซึ่งเป็นประเทศที่คาบเกี่ยวที่ตั้งของปราสาทพระวิหารเจ้าปัญหาแห่งนี้ จะได้รับผลประทบอย่างไรบ้าง พอจะมีทางออกหรือไม่ เพราะเรื่องน่าหนักใจที่ว่ารัฐบาลไทยออกมายอมรับว่า "ไทยเสียเปรียบ" เป็นสัญญาณที่ไม่ดีเอาเสียเลย

มล.วัลวิภา จรูญโรจน์ ผู้อำนวยการสถาบันไทยคดีศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ผู้เชี่ยวชาญด้านประวัติศาสตร์สังคมไทย ผู้ที่เกาะติดกรณีพิพาท "พื้นที่ปราสาทพระวิหาร" ระหว่าง "ไทย" กับ "กัมพูชา" มาอย่างต่อเนื่องและไกล้ชิด เปิดเผยกับ "ไทยรัฐออนไลน์" ถึงความเสียหายและทางออก กรณีหากองค์การการศึกษาวิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (ยูเนสโก) รับรองแผนจัดการพื้นที่บริเวณพระวิหาร ตามที่ประเทศกัมพูชาเสนอว่า ประเทศไทยจะได้รับผลกระทบเนื่องจากแผนดังกล่าวยึดเอาแผนที่ประเทศไทยและกัมพูชาเคยลงนามร่วมกันในในปี 2543 (MOU 43) ยึดหลักพื้นที่ 1:200,000 เท่ากับว่าแผนที่ที่กัมพูชาทำไปนั้นถูกต้องทำให้ไทยต้องเสียประโยชน์มหาศาล เช่น บนพื้นที่เสียประมาณ 4.6 ตารางกิโลเมตร หรือ ประมาณ กว่า 3,000 ไร่ ระหว่างภูมะเขือถึงช่องตาเฒ่า จ.ศรีสะเกษ อันนี้เป็นขั้นที่ 1

และหากเรื่องนี้ผ่านก็ต้องเป็นไปตามแผนของเขาที่มีการเดินหลักเขตใหม่ เสร็จไปจำนวน 40-50 หลักแล้ว ลากต่อมาจาก 4.6 ตารางกิโลเมตร ตั้งแต่น้ำยืน จ.อุบลราชธานี ศรีสะเกษ และสุรินทร์ น่ากลัวว่าจะต้องเปลี่ยนแปลงไปตามแผนที่ 1:200,000 ลากลงจนถึง จ.ตาก เส้นทางบกเปลี่ยนใหม่หมด ที่สำคัญหลักที่ 13 จ.ตาก เป็นหลักอ้างอิงทางทะเล มีปัญหาทั้งหมดพื้นที่บนบก ในน้ำ ใต้น้ำ พื้นที่ในทะเลไม่เท่าไหร่ประมาณ 20,000 ไมล์ แต่ว่าทางใต้ทะเลนั้นจำนวนมหาศาลมีน้ำมันเกรดพรีเมี่ยม มากกว่าประเทศบรูไนเสียอีก ดังนั้นเรื่องแผ่นดินแดนเสียไม่ได้เราต้องป้องกันไว้ก่อน

มล.วัลลิภา บอกว่า รัฐบาลต้องกร้าวชี้แจงต่อยูเนสโกว่า ภาคประชาชนลุกขึ้นมาค้าน และเอ็มโอยู 43 นั้นไม่ได้ผ่านกระบวนการรัฐสภา รัฐบาลสามารถอ้างได้ ช่วยรัฐบาลได้มาก ไม่ได้ผ่านความถูกต้องกฎหมายภายในประเทศ ทำการยกเลิกเอ็มโอยู 43 ทั้งหมดให้เร็วที่สุด ถึงเวลานี้รัฐบาลต้องสมยอมกับประชาชน ไม่ต้องกลัวเสียหน้า ไม่เช่นนั้นเราจะเสียดินแดนแน่นอน สามารถที่จะแย้งไปได้ แต่ถ้าหากเค้าไม่ยอมรับรัฐบาลก็ต้องเล่นแบบกร้าว จะคอยนั่งประท้วงมันไม่ได้แล้ว เพราะหลักฐานมัดตัวเองไว้หมดเลย โดยอ้างคำพิพากษาของศาลปกครองมาค้ำยันว่าไม่ถูกต้อง

"ต้องชี้แจงกับคณะกรรมฯว่า รัฐบาลถูกจับได้จากประชาชน เสียหน้าก็เสียหน้าไปเถอะ แต่ถ้าไม่ยอมจริงๆ อย่างที่นายกรัฐมนตรีพูดว่าไม่ยอมนะมาถูกทางแล้ว ต้องประท้วงด้วยการเดินออก (วอร์คเอาท์) เพราะเรื่องนี้เราไม่ได้ผิดคนเดียว ยูเนสโกก็ผิดเพราะไม่มีธรรมาภิบาล แทรกแซง ยุแยงตะแคงเสี้ยม และ ลาออกจากความเป็นคณะกรรมการมรดกโลก และไม่ต้องกลัวเลย หากประท้วง และลาออกแล้วยังไม่ได้ผล เราต้องดำเนินการกำลังทางทหารรักษาแผ่นดิน ตามหน้าที่ ตามรัฐธรรมนูญ ตามหลักสหประชาชาติ สากล ทหารมีหน้าที่ สิทธิ ในการป้องกันประเทศของตน"

การแก้ปัญหา 1-2 วันทำอะไรไม่ได้นอกจากเราต้องออกจากกรรมการมรดกโลก จะต้องลาออกเพื่อแก้ปัญหาทั้งมวลๆ ไม่งั้นไม่จบ จะวอร์คเอาท์แค่เลื่อนได้ 1 ปี แต่ไทยจะแบกภาระไว้หมดเลย ถึงเวลานี้เป็นวัวพันหลักแล้ว และประชาชนจับได้แล้วมันเป็นการกระทำที่ผิดรัฐธรรมนูญ ก็ต้องลาออกไปเลย เพื่อเป็นการล้างไพ่ปัญหา และไม่กระทบต่อมรดกโลกอันอื่น ที่เป็นอยู่ก็เป็นอยู่เพียงแต่ไม่ได้รับเงินสนับสนุน และ ไทยเองก็ไม่ต้องเสียเงินค่าสมาชิกยูเนสโก อยู่อย่างพอเพียง ลาออกแล้วก็เป็นใหม่ได้อีก ต้องยอมถูกกดดันจากประเทศอื่นบ้าง แต่ไม่เสียดินแดน.

ไทยรัฐออนไลน์


ที่มา: ไทยรัฐ

ข่าวที่อาจเกี่ยวข้อง
ข่าวอื่นๆในหมวด การเมือง
QR Code link to ชี้ชะตาไทยเสียดินแดน? ชวดทรัพยากรมหาศาล หากยูเนสโกรับแผนเขมรการเมือง